โรงเรียนชุมชนวัดอัมพวัน

หมู่ที่ 1 บ้านอัมพวัน ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช 80220

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

075-49122

โรคโลหิตจาง สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคคืออะไร

โรคโลหิตจาง

โรคโลหิตจาง อุณหภูมิยังคงผันผวน ร้อนและเย็น และฉันเชื่อว่าทุกคน ได้ค้นพบว่าคนรอบตัวหลายคน มีแนวโน้มที่จะจาม และมีน้ำมูกไหล ฤดูใบไม้ผลิก็สวยงาม ทุกคนอยากไปเดินเล่น และเพลิดเพลินกับดอกไม้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีร่างกายไม่ดีออกไปเล่นบ้าง แต่มักจะเป็นหวัดเมื่อกลับมา หลังจากสนุกสนานมาทั้งวัน จะได้รับผลลัพธ์หลายอย่าง เช่นร่างกายไม่สบาย ผิวซีด ผิวแห้งเป็นต้น

ตามธรรมชาติแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ อย่างที่คุณเห็นแน่นอน คนที่มีร่างกายแข็งแรง จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ร่างกายของพวกเขา มีภูมิคุ้มกันเพียงพอ ที่จะต้านทานโรคต่างๆ และร่างกายจะมีสุขภาพดีขึ้น และวันนี้เรามาพูดถึง สิ่งที่เราสามารถทำได้ เพื่อช่วยให้เรารักษาร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้เราแข็งแรง และเล่นอย่างมีความสุข ต่อไปมาดูคำปรึกษาของวันนี้กัน

ภาวะโลหิตจาง เป็นโรคระบาดในหลายๆคนในชีวิต คนส่วนใหญ่มีอาการโลหิตจาง แต่บางคนก็ไม่ชัดเจนนัก และบางคนก็ดูจริงจังกว่า ส่วนหนึ่งของอาหารนั้น ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งอาจทำให้เกิด ภาวะโลหิตจางได้ ในหลายครอบครัว นอกจากนี้จะมีปัจจัยอะไรบ้าง ที่จะส่งผลต่อร่างกายเรามาดูกัน

อะไรทำให้เกิดโรคโลหิตจาง มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิด ภาวะโลหิตจางในชีวิต เช่นการขาดสารอาหารเรื้อรัง เนื่องจากบางคน ประประทานมังสวิรัติในระยะยาว โภชนาการร่างกายไม่สมดุล หรือน้ำหนักลดมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงมักเป็นโรคโลหิตจาง การมีประจำเดือนมากเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ หรือเป็นโรคที่เกิดจากโรคทางกาย

เตือน 3 สิ่งที่คนเป็นโรคโลหิตจาง ไม่ควรทำในชีวิต

1.โรคโลหิตจางไม่สามารถออกกำลังได้แรง ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง ต้องไม่ออกกำลังกายแรงๆ ขณะออกกำลังกาย เนื่องจากการบริโภค ออกซิเจนที่เพิ่มขึ้น และฮีโมโกลบินในร่างกายไม่เพียงพอ จะทำให้ภาระในหัวใจเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ใจสั่น และอาการอื่นๆ

นอกจากนี้ ธาตุเหล็กในร่างกายมนุษย์ จะสูญเสียไปด้วยเหงื่อ และกรดแลคติก ที่เกิดจากการออกกำลังกาย จะทำให้ฮีโมโกลบิน และเซลล์เม็ดเลือดแดงลดลง ซึ่งจะทำให้ภาวะโลหิตจางรุนแรงขึ้น ความต้องการโปรตีน ของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ระหว่างการออกกำลังกาย ซึ่งทำให้ไตขาดออกซิเจน ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้วัสดุโปรตีนไม่เพียงพอ สำหรับการสังเคราะห์ฮีโมโกลบิน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง จากการออกกำลังกาย

แน่นอน ไม่ได้หมายความว่า คุณไม่สามารถออกกำลังกายได้ เนื่องจากภาวะโลหิตจาง การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นั้นดีสำหรับการเสริมสร้างร่างกาย และช่วยให้ภาวะโลหิตจางดีขึ้น เราสามารถเลือก การออกกำลังกายที่เบาลงได้ เช่นการเดิน วิ่งจ๊อกกิ้งเป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หูอื้อ คลื่นไส้ และหัวใจเต้นเร็ว ในระหว่างออกกำลังกาย

2. โรคโลหิตจางไม่สามารถดื่มชาได้ เมื่อดื่มชาสารบางชนิดในชา จะรวมกับธาตุเหล็ก ในร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะขัดขวางการดูดซึม ธาตุเหล็กของเรา ซึ่งจะทำให้ภาวะโลหิตจางรุนแรงขึ้นดังนั้น โรคโลหิตจาง จึงไม่ควรดื่มชา โดยเฉพาะชาที่เข้มข้น โรคโลหิตจางไม่เหมาะ ที่จะดื่มชาที่เข้มข้น แต่เราสามารถใช้โกจิเบอร์รี่ ลำไย กุหลาบ พุทราแช่น้ำ

พุทราบำรุงเลือดและพลังงาน โกจิเบอร์รี่บำรุงตับและสายตา ดอกกุหลาบส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต และขจัดภาวะเลือดชะงักงัน ลำไยบำรุงตับ และบำรุงโลหิต ชาเพื่อสุขภาพชนิดนี้มีผลดีมาก ในการปรับปรุงภาวะโลหิตจาง ส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตของมนุษย์ ควบคุมต่อมไร้ท่อและอื่นๆ

3. โรคโลหิตจางไม่สามารถดื่มกาแฟได้ ทุกวันนี้ชีวิตของผู้คนคับแคบ พวกเขามักจะนอนดึก และทำงานล่วงเวลา และดื่มกาแฟบ่อยๆ เพื่อเติมความสดชื่นให้ตัวเอง กาแฟมีสิ่งที่เรียกว่าโพลีฟีนอล เมื่อโพลีฟีนอลพบธาตุเหล็ก จะผลิตสารอื่นที่ย่อยสลายยากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการดูดซึม ธาตุเหล็กของร่างกาย และทำให้โลหิตจางรุนแรงขึ้น ดังนั้นควรดื่มกาแฟให้น้อยลงหรือไม่ดื่มกาแฟ

เราจะจัดการกับปัญหา ทางกายภาพเหล่านี้อย่างไร หลีกเลี่ยงการนอนดึก การนอนหลับที่ดี ในเวลากลางคืน คือการบำรุงตับก็เท่ากับการบำรุงเลือด ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง จึงไม่ควรนอนดึก พักผ่อนให้เพียงพอ เป็นหลักในการบำรุงเลือด

อ่านต่อเพิ่มเติม :::  นม คุณค่าทางโภชนาการ